ล็อกอิน

กฎหมาย ประกาศ ระเบียบ

หน้า

ความคิดเห็นล่าสุด

ปฏิทินกิจกรรม

  อา พฤ
 
 
1
 
2
 
3
 
4
 
5
 
6
 
7
 
8
 
9
 
10
 
11
 
12
 
13
 
14
 
15
 
16
 
17
 
18
 
19
 
20
 
21
 
22
 
23
 
24
 
25
 
26
 
27
 
28
 
29
 
30
 
31
 
 
 

คุณอยู่ที่นี่

หน้าแรก

งานวิจัยและสิ่งพิมพ์

ดาวน์โหลดสิ่งพิมพ์

ชื่อเรื่อง ดาวน์โหลด
แผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติฉบับที่ 4 พ.ศ. 2555-2559  ดาวน์โหลด
กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ดาวน์โหลด
คู่มือแนวทางการปฏิบัติการส่งเสริมโอกาสคนพิการตามมาตรา ๓๕ ดาวน์โหลด

 

แนวทางการสรรหาและเลือกสรรคนพิการเข้ารับราชการ

          แนวทางการสรรหาและเลือกสรรคนพิการเข้ารับราชการ   เรียบเรียงโดย พวงแก้ว กิจธรรม ผู้จัดการมูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย   ....................................................................................................................................................             สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้มีหนังสือ ที่ นร ๑๐๐๔/ว ๒๒ ลงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ แจ้งกระทรวง กรม และจังหวัดว่า โดยที่กฎกระทรวง กำหนดจำนวนคนพิการที่นายจ้าง หรือเจ้าของสถานประกอบการและหน่วยงานของรัฐจะต้องรับเข้าทำงาน และจำนวนเงินที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบ การจะต้องนำส่งเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้กำหนดสาระสำคัญ    ให้หน่วยงานของรัฐซึ่งมีผู้ปฏิบัติงานตั้งแต่หนึ่งร้อยคนขึ้นไป    รับคนพิการที่สามารถทำงานได้   ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใดในอัตราส่วนผู้ปฏิบัติงานที่มิใช่คนพิการทุกหนึ่งร้อยคนต่อคนพิการหนึ่งคน เศษของหนึ่งร้อยคนถ้าเกินห้าสิบคนต้องรับคนพิการเพิ่มอีกหนึ่งคน   ก.พ. จึงกำหนดแนวทางปฏิบัติในการสรรหาและเลือกสรรคนพิการเข้ารับราชการ  ดังนี้

          ๑. สวนราชการสามารถดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ โดยรับสมัครเฉพาะคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ ประเภทความพิการเหมาะสมกับลักษณะงาน มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตรงตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง และสอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของ ก.พ.(ตามหลักเกณฑ์  วิธีการ และเงื่อนไขของหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร ๑๐๐๔.๑/ว ๑๕ ลงวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๑)

          ๒. ส่วนราชการสามารถดำเนินการคัดเลือกเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ โดยรับสมัครเฉพาะคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ มีประเภทความพิการเหมาะสมกับลักษณะงานและมีคุณสมบัติ เฉพาะสำหรับตำแหน่งตรงตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขของหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร ๑๐๐๔.๑/ว ๑๖ ลงวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ ที่ กรณีข้อ ๑(๓)

          สำหรับหลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน และตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ ได้แก่

          ก. ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (คะแนนเต็ม 200 คะแนน) -ทดสอบความรู้ความสามารถ ดังต่อไปนี้ โดยวิธีการสอบข้อเขียน  

1. วิชาความสามารถทั่วไป (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)  
(1) ความสามารถทางด้านการคิดคำนวณ – ทดสอบความสามารถในการประยุกต์ใช้ความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์เบื้องต้น   การวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของจำนวนหรือปริมาณ การแก้ปัญหาเชิงปริมาณ และข้อมูลต่าง ๆ  
(2) ความสามารถด้านเหตุผล -  ทดสอบความสามารถในการคิดหาความ สัมพันธ์เชื่อมโยงของคำ ข้อความ หรือรูปภาพ การหาข้อยุติ หรือข้อสรุปอย่างสมเหตุสมผลจากข้อความ สัญญลักษณ์ สถานการณ์หรือแบบจำลองต่าง ๆ  

2. วิชาภาษาไทย (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)  
(1) ความเข้าใจภาษา  -  ทดสอบความสามารถในการอ่านและการทำความเข้าใจกับบทความ หรือข้อความที่กำหนดให้แล้วตอบคำถามที่ตามมาในแต่ละบทความ หรือข้อความ ทั้งนี้รวมไปถึงการสรุปความ และตีความด้วย  
(2) การใช้ภาษา -   ทดสอบความสามารถในการเลือกใช้คำหรือกลุ่มคำ การเขียนประโยคได้ถูกต้องตามหลักภาษาและการเรียงข้อความ            

          ข. ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 200 คะแนน) - ทดสอบความรู้ความสามารถที่ใช้ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ โดยเฉพาะตามที่ระบุในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง และที่กำหนดเป็นขอบข่ายงานที่ปฏิบัติของตำแหน่ง โดยวิธีการสอบข้อเขียน หรือวิธีสอบปฏิบัติ หรือวิธีอื่นใด วิธีหนึ่ง หรือหลายวิธีก็ได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ จะรวมสอบเป็นวิชาเดียวหรืออย่างเดียว หรือแยกสอบเป็นสองวิชาหรือสองอย่าง โดยกำหนดคะแนนเต็มวิชาละ หรืออย่างละกี่คะแนนก็ได้ตามความสำคัญ เมื่อจะทดสอบความรู้ความสามารถในทางใดและโดยวิธีใด ให้ระบุในประกาศรับสมัครสอบอย่างชัดเจนด้วย            

          ค. ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) – ให้ประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่จากประวัติส่วนตัว    ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบ และจากการสัมภาษณ์ ทั้งนี้ อาจใช้วิธีการอื่นใดเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ เช่น ความรู้ที่อาจใช้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ จรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือน คุณธรรม จริยธรรม การปรับตัวเข้ากับ ผู้ร่วมงาน รวมทั้งสังคม และสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปฏิภาณไหวพริบและบุคลิกภาพอื่น เป็นต้น และรวมถึงสมรรถนะหลัก สมรรถนะที่จำเป็นของตำแหน่ง